6 วันลำพังของเด็ก 7 ขวบชาวญี่ปุ่น ผู้ถูกทิ้งไว้ในป่า

ช่วงเช้าวานนี้ (3มิ.ย.59) มีการพบตัวเด็กชายชาวญี่ปุ่นที่ถูกพ่อแม่ลงโทษ ด้วยการทิ้งไว้ในพื้นที่ป่าของฮอกไกโดแล้ว คำถามคือตลอดช่วงเกือบ 1 สัปดาห์ เด็กชายวัย 7 ขวบ เอาชีวิตรอดมาได้อย่างไรเพียงลำพัง

เสียงของทาคายูกิ ทานาโอกะ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง หลังจากเขาทิ้งยามาโตะ ทานาโอกะ ลูกชายวัย 7 ขวบ ไว้ในพื้นที่ป่าบริเวณภูเขาโคมากาทาเกะ ทางตอนเหนือสุดของฮอกไกโด จนลูกชายแท้ๆ ของเขาพลัดหลงเข้าไปในป่า ที่เป็นแหล่งอาศัยของหมีสีน้ำตาลนานถึง 6 วัน
แม้จะระดมทีมปฏิบัติการค้นหากว่า 180 คน แต่ก็ไม่พบตัวเด็กชายยามาโตะ กระทั่งเจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันตนเอง พบเขาในอาคารของฐานกองกำลังป้องกันตนเอง ที่ไม่ได้มีการใช้งาน ห่างจากจุดที่เขาหายไปตัวราว 5 กิโลเมตรครึ่ง
ยามาโตะบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาไม่ได้กินอาหารใดๆ เลยตลอด 6 วัน โดยอาศัยเพียงน้ำเปล่าจากท่อน้ำประปาที่อยู่ในฐานของกองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น อีกทั้งเขายังสวมใส่เพียงชุดสำหรับตอนกลางวัน ซึ่งอุณหภูมิหลังพระอาทิตย์ตกในพื้นที่ดังกล่าว ยังลดลงเหลือเพียง 7 องศา แต่ยามาโตะแทรกตัวเข้าไประหว่างฟูกนอน 2 อันในอาคารร้าง จนเอาชีวิตรอดจากอากาศหนาวมาได้
ทันทีที่พบ ยามาโตะร้องขอน้ำดื่ม , ขนมปัง และข้าวปั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงส่งตัวเขาไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลฮาโกะดาเตะด้วยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งผลวินิจฉัยระบุว่าเขามีอาการขาดสารอาหาร และมีอาการอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตามแพทย์ชี้ว่า สำหรับเด็ก 7 ขวบที่ต้องใช้ชีวิตลำพังกลางป่าโดยไม่ได้รับอาหารใดๆ นานถึง 6 วัน อาการของเขาก็ถือว่าอยู่ในสภาพดีทีเดียว
ด้านพ่อและแม่ของยามาโตะ อาจถูกทางการสั่งปรับเงินอย่างหนักจากการประมาทในครั้งนี้ ที่เป็นอุทาหรณ์ให้บรรดาผู้ปกครอง อบรมลูกด้วยวิธีที่ดีกว่าการลงโทษอย่างรุนแรง จนอาจนำมาซึ่งความสูญเสีย เหนือสิ่งอื่นใด คือสภาพจิตใจของหนูน้อยยามาโตะ ที่อาจเป็นแผลลึกไปชั่วชีวิต ซึ่งนั่นเป็นบทเรียนราคาแพงที่พ่อและแม่ของเขาต้องจ่าย นอกเหนือจากเม็ดเงิน
 อ่านต่อที่ : http://news.sanook.com/2006210


SHARE THIS

Author:

Previous Post
Next Post