ทีมแพทย์และจนท.กรมอุทยานฯ ขนย้ายเสือโคร่ง วัดหลวงตามหาบัว 137 ตัว วันสุดท้ายครบแล้ว ช่วยเหลือพนักงานวัดตกงาน กว่า 80 ชีวิต พร้อมให้ตร.เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำหมายศาลเข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งของกลาง 137 ตัว ที่วัดหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือ วัดเสือ บ้านพุไม้แดง หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา มาจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. รวมเป็นเวลา 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณรอบพื้นที่และกุฎิ พบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก ทั้งซากลูกเสือโคร่งแช่แข็ง และลูกเสือดองยา รวมทั้งสัตว์ป่าหวงห้ามอีกหลายชนิด ไม้แปรรูปแผ่นใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ตลอดจนเครื่องรางของขลังต่างๆ ที่ทำจากเสือโคร่งหลายพันชิ้น ขวดและฉลากโฆษณา สำหรับใส่ยาบำรุงกำลังจำหน่ายนับพันขวด จับกุมผู้ต้องหาเป็นพระสงฆ์ 1 รูป และลูกศิษย์ 2 คน ขณะขับรถขนเครื่องรางที่ทำจากเสือจำนวนมาก พร้อมหนังเสือโคร่งหลบหนีออกจากวัด ล่าสุดตรวจค้นพบซากเสือดาว เสือไฟ หมีควาย สต๊าฟทั้งตัว เขาละมั่ง เขาวัวแดง เขากวาง อีกจำนวนหนึ่ง โดยอธิบดีกรมอุทยานฯเดินทางมาตรวจดูการปฎิบัติการ และของกลาง ตลอดระยะเวลา 5 วัน ขนย้ายเสือโคร่งไปได้รวมทั้งสิ้น 128 ตัว เหลืออีกเพียง 9 ตัว ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 4 มิ.ย. ที่หน่วยปฎิบัติการชั่วคราวภารกิจย้ายเสือ การปฏิบัติงานวันที่ 6 ทีมสัตว์แพทย์ทำการยิงยาสลบเสือตัวที่ 137 ตัวสุดท้าย ซึ่งเป็นเสือโคร่งเพศผู้ ชื่อ สายฟ้า 2 น้ำหนักราว 300 กก. หลังจากผ่านกระบวนการในการดูแลสุขภาพเรียบร้อย จากนั้นได้ขนย้ายเสือโคร่งชุดสุดท้าย 9 ตัว ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรีทันที ท่ามกลางความยินดีของเจ้าหน้าที่ และทีมงานสัตว์แพทย์ ที่ภารกิจเสร็จสิ้นลงได้ด้วยดี
นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ก็จะเป็นเรื่องคดีความ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประสานกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไว้แล้ว ซึ่งทราบว่าท่านได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ลงไปติดตามคุมคดีในเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องใบอนุญาตตั้งสวนสัตว์นั้น ที่ผ่านมาขอในนามมูลนิธิหลวงตามหาบัว ก็เป็นคนละส่วนกับเรื่องการกระทำผิดกฎหมายนี้ แต่เมื่อมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องซากสัตว์ป่าและสัตว์ป่าอีกหลายชนิด หากพบว่ามีรายชื่อตรงกับผู้จัดตั้งขอเปิดสวนสัตว์คนใด ก็คงต้องเพิกถอนใบอนุญาต เท่าที่ดูแล้วเชื่อว่าคงต้องเพิกถอน เพราะมีรายชื่อผู้อยู่ในข่ายกระทำความผิดในวัดเสือ ตรงกับรายชื่อผู้ขอจัดตั้งและกรรมการคน
ขณะเดียวกันที่บริเวณโรงทานข้างห้องขายตั๋วหน้าปากทางเข้าวัด มีคนงานของวัดเสือราว 80 คน ที่ถูกบอกเลิกจ้างงาน มารวมตัวกันยื่นความจำนงขอรับการช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ 5 หน่วยงานที่รอรับ ประกอบด้วย สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด
ต่อมานายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 นายสมชาย เปรมพาณิชย์กูล ผอ.สจป.ที่ 10 ราชบุรี นายณรงค์ บุญรักษา ผช.หน.หน่วยปฎิบัติการพิเศษ ที่ 13 กรมป่าไม้ พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค นายสายันต์ แสงเคลือบ นายก อบต.สิงห์ นายสุภาพ กอฟัก กำนันต.สิงห์ เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ของวัดเสือ จำนวน 1,456 ไร่ ตามแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันใช้เครื่องมือจีพีเอส ตรวจสอบพื้นที่ โดยนายอดิศร ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบพื้นที่คืนหลังปฎิบัติภารกิจขนย้ายเสือโคร่ง เสร็จสิ้นลง แต่ไม่มีผู้ใดในวัดเสือ มารับมอบพื้นที่จึงให้นายสายันต์ แสงเคลือบ นายกอบต.สิงห์ และนายสุภาพ กอฟัก กำนันตำบลสิงห์ เป็นสักขีพยานแทนเจ้าหน้าที่วัดเสือรับมอบพื้นที่คืน
นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯได้กล่าวว่า หลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องคดี ซึ่งกรมอุทยานฯก็ได้แจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยคกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดนี้ทั้งหมด ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 20 มาตรา 25 และมาตรา 50 ขณะนี้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 3 ราย พระ 1 รูป ลูกศิษย์ชาย 2 คนไปแล้ว ส่วนสัตว์ป่าอื่นๆ ที่เหลือในวัด เช่น กวางป่า ละมั่ง ฯลฯตามบัญชีของกลาง ก็จะต้องตรวจสอบให้ทราบในรายละเอียดก่อนว่า มีจำนวนเท่าใดแน่นอน เพราะพื้นที่ในวัดกว้างมากรวมทั้งเป็นเขา สัตว์ป่ากระจายอยู่ไปทั่ว ทำให้ยากลำบากในการตรวจสอบ ก็คงต้องใช้เวลา หลังทราบรายละเอียดแน่ชัด ก็จะดำเนินการขอหมายศาลเข้าขนย้ายสัตว์ป่าของกลาง ทุกชนิดออกจากวัดจนหมด ส่วนในเรื่องสัตว์ป่าที่อยู่ในวัดไม่มีอาหารเลี้ยงดูนั้น ขณะนี้ก็มีมูลนิธิสืบนาคะเสถียร นำฟางอัดแห้งมามอบให้ 200 ฟ่อน รวมทั้งมูลนิธิกัญจนา ศิลปอาชา อดีต สส.สุพรรณบุรี อีกด้วย ... อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/500449
Author: Unknown
Related Posts
Some simillar article from this label, you might also like
- Blog Comments
- Facebook Comments
Subscribe to:
Post Comments (Atom)



